เบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที ซูเปอร์สปอร์ต: ตำนานบทใหม่แห่งความบริสุทธิ์ สู่สุดยอดรถขับหลังแห่งปี 2025
ในโลกแห่งยนตรกรรมหรูหราสมรรถนะสูง มีชื่อไม่กี่ชื่อที่จะสามารถยืนหยัดเป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างาม ผสานกับพลังที่เร้าใจได้อย่างไร้ที่ติ และเมื่อพูดถึง Bentley Continental GT Supersports คำจำกัดความเหล่านั้นล้วนถูกยกระดับไปอีกขั้นในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมกล้าพูดได้เลยว่า การกลับมาของ “Supersports” ในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เพียงการเฉลิมฉลองมรดกอันยาวนานเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศถึงมาตรฐานใหม่ของรถยนต์แกรนด์ทัวริ่งสมรรถนะสูงที่เน้นผู้ขับขี่เป็นหัวใจสำคัญอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานะ “ตัวโหดตัวจบ” ที่มาพร้อมการขับเคลื่อนล้อหลังเป็นครั้งแรก และการผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คันทั่วโลก ซึ่งทำให้ Continental GT Supersports กลายเป็นหนึ่งในของสะสมที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี 2025
บทที่ 1: วิศวกรรมแห่งความบริสุทธิ์: สู่การเป็นสุดยอดรถขับหลังที่เหนือกว่า
ในปี 2025 ที่เทคโนโลยียานยนต์ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง การตัดสินใจของ Bentley ในการสร้าง Continental GT Supersports ให้เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) อย่างแท้จริง ถือเป็นการย้อนกลับไปสู่รากฐานแห่งประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์ที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่นักขับผู้มีประสบการณ์โหยหา การเลือกใช้ RWD นี้ไม่ได้เป็นเพียงการลดน้ำหนักของระบบขับเคลื่อน แต่เป็นการปลดล็อกศักยภาพด้านไดนามิกที่แตกต่างออกไปจากรุ่น Continental GT อื่นๆ ที่เน้นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ นักวิศวกรของ Bentley ได้ทุ่มเทอย่างหนักในการปรับจูนแชสซีส์ ช่วงล่าง และพวงมาลัย ให้สอดคล้องกับคุณสมบัติของ RWD เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับรู้ถึงการตอบสนองที่ตรงไปตรงมา ความรู้สึกจากพื้นผิวถนนที่ส่งผ่านมายังปลายนิ้ว และความสามารถในการควบคุมรถที่แม่นยำยิ่งขึ้นเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง มันคือการสร้างความเชื่อมโยงที่แนบแน่นระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร
ระบบช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบใหม่สำหรับ Supersports โดยเฉพาะ ไม่ได้เพียงแค่ลดความสูงของรถลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรับจูนค่าความแข็งของสปริงและแดมเปอร์ให้เหมาะสมกับน้ำหนักที่เบาลง และจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง ส่งผลให้การทรงตัวในทุกย่านความเร็วเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือบนเส้นทางที่คดเคี้ยว การทำงานร่วมกับ Manthey Racing บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมสมรรถนะจากเยอรมนี ในการพัฒนากระทะล้อฟอร์จน้ำหนักเบาขนาด 22 นิ้ว ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่ไม่ประนีประนอมในเรื่องสมรรถนะ ล้อน้ำหนักเบาเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดมวลใต้สปริง (unsprung mass) แต่ยังเพิ่มความแข็งแกร่ง และส่งผลโดยตรงต่อการยึดเกาะถนนและการตอบสนองของพวงมาลัย ทำให้การหักเลี้ยวทุกครั้งเป็นไปอย่างเฉียบคมและแม่นยำดุจดั่งรถแข่งในสนาม
บทที่ 2: รีดน้ำหนัก ขีดสุดแห่งแอโรไดนามิก: ทุกเส้นสายคือฟังก์ชันที่ประณีต
ปรัชญาการออกแบบของ Bentley Continental GT Supersports คือการหลอมรวมความหรูหราเข้ากับหลักอากาศพลศาสตร์อย่างไม่มีที่ติ ทุกเส้นสายและทุกองค์ประกอบภายนอกล้วนได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อเป้าหมายสูงสุด นั่นคือการเพิ่มประสิทธิภาพและลดน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญ ตัวถังภายนอกถูกประดับด้วยชุดกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ที่ดุดันยิ่งขึ้น พร้อมสปลิตเตอร์และช่องดักลมขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศเพื่อระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์และระบบเบรก แต่ยังทำหน้าที่สร้างแรงกดด้านหน้าเพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ที่ความเร็วสูง กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่ทำจากอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาถูกตัดด้วยเลเซอร์ แสดงให้เห็นถึงความประณีตและความใส่ใจในรายละเอียดที่เหนือชั้น สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของ Bentley ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งหลักการของแอโรไดนามิก
นวัตกรรมการลดน้ำหนักที่โดดเด่นที่สุดประการหนึ่งคือการใช้หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดน้ำหนักโดยรวมของรถให้ต่ำกว่า 2,000 กิโลกรัมได้อย่างน่าทึ่ง แต่ยังช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถลงอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้รถมีการทรงตัวและการเข้าโค้งที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ยังถูกนำมาใช้กับสเกิร์ตข้าง และที่สำคัญคือในส่วนของดิฟฟิวเซอร์ท้ายดีไซน์ใหม่ที่ผสานเข้ากับกันชนท้ายอย่างลงตัว ซึ่งถูกออกแบบให้มีช่องลมด้านข้างเพื่อรีดอากาศออกจากซุ้มล้อหลัง ช่วยลดแรงยกและเพิ่มแรงกดท้ายรถให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ปีกท้ายแบบยึดตายตัวกับฝากระโปรงท้าย ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของสมรรถนะที่เหนือชั้น แต่ยังถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำ เพื่อสร้างแรงกดเพิ่มเติม 300 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่า Continental GT Speed อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้รถมีความมั่นคงและยึดเกาะถนนได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกสภาวะ การรวมกันขององค์ประกอบเหล่านี้ไม่เพียงทำให้ Supersports มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสะดุดตา แต่ยังเป็นงานศิลปะแห่งวิศวกรรมที่ทุกส่วนล้วนมีฟังก์ชันการทำงานที่สำคัญ
ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกขนาดมหึมา คือสิ่งที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในสมรรถนะของ Supersports จานเบรกหน้าขนาด 440 มม. พร้อมคาลิปเปอร์ 10 สูบ และจานเบรกหลังขนาด 410 มม. พร้อมคาลิปเปอร์ 4 สูบ มอบพละกำลังในการหยุดรถที่เหลือเชื่อ ทนทานต่อการเฟดแม้ในการขับขี่ในสนามแข่งที่หนักหน่วง และด้วยท่อไอเสียไทเทเนียมจาก Akrapovič ที่นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังให้เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V8 ที่ดุดันและเร้าใจยิ่งขึ้น ทำให้ทุกการเร่งและลดความเร็วของ Supersports เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ
บทที่ 3: ขุมพลัง V8 บริสุทธิ์: เสียงคำรามแห่งสมรรถนะที่แท้จริง
ในยุคที่กระแสพลังงานไฟฟ้าและระบบไฮบริดกำลังแพร่หลาย Bentley Continental GT Supersports กลับเลือกที่จะยืนหยัดด้วยขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบ V8 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่ปราศจากระบบไฮบริดอย่างสิ้นเชิง ซึ่งถือเป็นการแสดงออกถึงความบริสุทธิ์ในด้านสมรรถนะและเสียงเครื่องยนต์ที่แท้จริง สำหรับผู้ที่หลงใหลในความคลาสสิกของเครื่องยนต์เบนซิน การตัดสินใจนี้คือของขวัญอันล้ำค่า เครื่องยนต์ V8 บล็อกนี้ได้รับการปรับจูนและอัปเกรดอย่างละเอียด เพื่อให้ได้มาซึ่งพละกำลังสูงสุด 666 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 800 นิวตันเมตร ซึ่งพร้อมที่จะปลดปล่อยออกมาอย่างฉับพลันเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสคันเร่ง
พละกำลังอันมหาศาลนี้ถูกส่งผ่านระบบเกียร์คลัตช์คู่ ZF 8 สปีด ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในระบบส่งกำลังที่ดีที่สุดในโลก ด้วยการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและแม่นยำดุจสายฟ้าฟาด ช่วยให้ Supersports สามารถทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 3.7 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับรถแกรนด์ทัวริ่ง และทำความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 310 กม./ชม. (ตัวเลขอย่างเป็นทางการที่ยืนยันแล้วในปี 2025) การตอบสนองของเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่นี้เป็นไปอย่างราบรื่นและทรงพลังในทุกย่านความเร็ว ตั้งแต่การออกตัวอย่างดุดันไปจนถึงการเร่งแซงที่ความเร็วสูง และที่สำคัญที่สุดคือเสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ V8 ที่ผ่านท่อไอเสียไทเทเนียมของ Akrapovič ซึ่งจะกระตุ้นอะดรีนาลีนของผู้ขับขี่ให้พลุ่งพล่านในทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง ทำให้ทุกการเดินทางเป็นมากกว่าแค่การเคลื่อนที่ แต่เป็นประสบการณ์ทางอารมณ์ที่ล้ำลึก
การที่ Bentley ตัดสินใจไม่ใส่ระบบไฮบริดลงในรุ่น Supersports นี้ เป็นการเน้นย้ำถึงจุดยืนในการสร้าง “รถสำหรับนักขับ” อย่างแท้จริง ลดความซับซ้อนของระบบอิเล็กทรอนิกส์ และมุ่งเน้นไปที่การลดน้ำหนักและการตอบสนองของเครื่องยนต์สันดาปภายในล้วนๆ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสถึงพละกำลังและคาแรคเตอร์ของเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มที่ ถือเป็นการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์และไร้การปรุงแต่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากจะหาได้ในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่
บทที่ 4: ห้องโดยสารที่ถักทอด้วยความเร็วและความหรูหรา: ประสบการณ์เฉพาะผู้ขับขี่
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ Bentley Continental GT Supersports ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ทันทีถึงบรรยากาศที่ผสมผสานความหรูหราดั้งเดิมของ Bentley เข้ากับกลิ่นอายของรถแข่งอย่างลงตัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หัวใจหลักของการออกแบบภายในคือการเน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ทุกสัมผัสและทุกการควบคุมเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพ เบาะนั่งผู้ขับขี่ถูกปรับตำแหน่งให้ต่ำกว่าเดิมเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถและเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ เบาะนั่งสปอร์ตดีไซน์ใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อโอบกระชับสรีระของผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ มอบการรองรับที่ดีเยี่ยมทั้งในการขับขี่แบบสปอร์ตและการเดินทางระยะไกล
วัสดุตกแต่งภายในถูกเลือกสรรมาอย่างพิถีพิถัน โดยเน้นการผสมผสานระหว่างหนังแท้คุณภาพสูงที่สื่อถึงความหรูหรา เข้ากับวัสดุ Dinamica ซึ่งเป็นไมโครไฟเบอร์ประสิทธิภาพสูงที่มีน้ำหนักเบาและให้สัมผัสที่นุ่มนวลคล้ายกำมะหยี่ และแน่นอนว่าขาดไม่ได้คือคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งถูกนำมาใช้ในส่วนตกแต่งต่างๆ ทั่วห้องโดยสาร ตั้งแต่แผงประตู แผงคอนโซลกลาง ไปจนถึงเบาะนั่งด้านหลังที่ถูกตัดออกไป และแทนที่ด้วยแผงคาร์บอนไฟเบอร์ที่สวยงาม ซึ่งไม่ใช่แค่ช่วยลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศถึงเจตนารมณ์ในการสร้างรถสมรรถนะสูงอย่างแท้จริง การผสมผสานของวัสดุเหล่านี้สร้างความสมดุลระหว่างความสง่างามและความดุดันได้อย่างลงตัว
หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ Supersports แตกต่างคือการที่เบาะหลังถูกถอดออกโดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรการในการลดน้ำหนักและเพิ่มพื้นที่สำหรับการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้รถมีน้ำหนักเบาลง และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เน้นผู้ขับขี่เป็นสำคัญอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม Bentley ไม่เคยละทิ้งการปรับแต่งเฉพาะบุคคล แผนก Mulliner อันเลื่องชื่อของ Bentley พร้อมที่จะตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า ในการเลือกโทนสี วัสดุ และรายละเอียดต่างๆ ให้ตรงตามความชอบส่วนตัว ทำให้ Continental GT Supersports แต่ละคันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสะท้อนรสนิยมอันโดดเด่นของเจ้าของได้อย่างเต็มที่
บทที่ 5: ประสบการณ์การขับขี่: เมื่อทุกสัมผัสคือตำนานที่ถูกจารึก
ในฐานะผู้ที่เคยสัมผัสกับรถยนต์สมรรถนะสูงมานับไม่ถ้วน ผมกล้าพูดได้ว่า Bentley Continental GT Supersports มอบประสบการณ์การขับขี่ที่หาตัวจับยากในตลาดปี 2025 มันไม่ใช่แค่รถที่เร็ว แต่เป็นรถที่เชื่อมโยงผู้ขับขี่เข้ากับท้องถนนได้อย่างลึกซึ้ง พละกำลัง 666 แรงม้าของเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างราบรื่นและทรงพลัง การเร่งแซงเป็นไปอย่างง่ายดายและมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นบนทางหลวงที่เปิดโล่งหรือถนนที่คดเคี้ยว ระบบเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีดทำงานได้อย่างไร้ที่ติ การเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรอบเครื่องยนต์และพละกำลังได้อย่างเต็มที่
แต่สิ่งที่ทำให้ Supersports โดดเด่นอย่างแท้จริงคือการควบคุมและไดนามิกการขับขี่ ด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลังที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นอย่างดี และจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจากการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้การเข้าโค้งเป็นไปอย่างแม่นยำและมั่นใจ พวงมาลัยตอบสนองฉับไวและให้ฟีดแบ็กจากพื้นผิวถนนได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสถึงขีดจำกัดของการยึดเกาะถนนได้อย่างชัดเจน ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกขนาดใหญ่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้กำลังในการหยุดรถที่เหลือเชื่อและทนทานต่อการเฟด แม้ในการขับขี่แบบสปอร์ตที่ดุดัน
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V8 ที่ผ่านท่อไอเสีย Akrapovič คืออีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้ประสบการณ์การขับขี่ของ Supersports สมบูรณ์แบบ มันเป็นเสียงที่ดุดัน เร้าใจ และเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจะเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่แบบผ่อนคลายในเมือง หรือการปลดปล่อยพละกำลังเต็มที่บนถนนที่โล่งกว้าง Bentley Continental GT Supersports คือรถที่ถูกสร้างมาเพื่อนักขับที่ปรารถนาความเร็ว ความแม่นยำ และความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับยานยนต์อย่างแท้จริง
บทที่ 6: มรดกและความพิเศษเฉพาะตัว: 100 ปีแห่ง “Super Sports” สู่ของสะสมแห่งอนาคต
การถือกำเนิดของ Bentley Continental GT Supersports ในปี 2025 ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดตัวรถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่ แต่เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของชื่อ “Super Sports” ซึ่งเป็นชื่อที่เคยสร้างตำนานและชื่อเสียงให้กับ Bentley ในอดีต การเชื่อมโยงกับมรดกอันยาวนานนี้ ทำให้ Supersports ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ แต่เป็นชิ้นส่วนของประวัติศาสตร์ยานยนต์ที่มีชีวิตชีวา ทุกรายละเอียดของรถคันนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุด
ด้วยการผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คันทั่วโลก และแต่ละคันมาพร้อมกับหมายเลขเฉพาะ ทำให้ Continental GT Supersports กลายเป็นของสะสมที่หายากและมีมูลค่าสูงในทันที การเป็นเจ้าของ Supersports ไม่ใช่แค่การเป็นเจ้าของรถยนต์หรูหราสมรรถนะสูง แต่เป็นการครอบครองส่วนหนึ่งของตำนาน และเป็นเครื่องบ่งบอกถึงรสนิยมอันโดดเด่นของเจ้าของ สำหรับนักสะสมรถยนต์และผู้ที่ต้องการการลงทุนที่คุ้มค่าในตลาดรถยนต์หรูหรา Supersports คือตัวเลือกที่ไม่อาจมองข้ามได้ ในตลาดปี 2025 ที่ความต้องการรถยนต์ลิมิเต็ดเอดิชั่นยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง มูลค่าของ Supersports มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต
การวางตำแหน่งของ Supersports ในตลาดนั้นชัดเจน มันคือสุดยอดของสายพันธุ์ Continental GT ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อท้าทายขีดจำกัด และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เน้นผู้ขับขี่เป็นสำคัญอย่างไม่เคยมีมาก่อน มันคือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการรถแกรนด์ทัวริ่งที่สามารถพาท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย แต่ก็พร้อมที่จะปลดปล่อยสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ได้ในพริบตา Bentley Continental GT Supersports ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่เป็นงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้ เป็นผลงานชิ้นเอกที่ผสมผสานวิศวกรรม ความหรูหรา และประวัติศาสตร์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
บทสรุปและคำเชิญชวน
Bentley Continental GT Supersports ได้รับการผลิตในช่วงปลายปี 2024 และพร้อมส่งมอบสู่ตลาดสำคัญทั่วโลกแล้วในปี 2025 ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย มันคือบทสรุปของความเป็นที่สุดในทุกมิติ ทั้งด้านสมรรถนะ การออกแบบที่ดุดันแต่ประณีต และความหรูหราที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ด้วยความพิเศษของการเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังครั้งแรกในรุ่นนี้ และการผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน ทำให้มันไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นมรดกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นตำนานแห่งปี 2025 และอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
สำหรับผู้ที่ปรารถนาความเป็นที่สุด ต้องการครอบครองส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ยานยนต์ที่ไม่เหมือนใคร และพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์และเร้าใจอย่างแท้จริง Bentley Continental GT Supersports คือคำตอบสุดท้ายของคุณ อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของตำนานบทใหม่นี้
ติดต่อตัวแทนจำหน่าย Bentley อย่างเป็นทางการวันนี้ เพื่อเป็นเจ้าของและสัมผัสกับ Bentley Continental GT Supersports ตัวโหดตัวจบ ก่อนที่โอกาสนี้จะผ่านไป!

