• Privacy Policy
  • Sample Page
  • Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1301016 เพื่อนบ้านประสาท 818661561156971 part2

admin79 by admin79
January 12, 2026
in Uncategorized
0
N1301016 เพื่อนบ้านประสาท 818661561156971 part2

เจาะลึกประวัติ Koenigsegg ฉบับปี 2025: จากความฝันวัยเยาว์ สู่มหาอำนาจแห่งไฮเปอร์คาร์ระดับโลก

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์สมรรถนะสูงมานานกว่าทศวรรษ ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่า Koenigsegg ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตรถยนต์ แต่คือผู้บุกเบิก ผู้ทำลายกรอบ และผู้นิยามคำว่า “ไฮเปอร์คาร์” ขึ้นมาใหม่ ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย พวกเขายังคงครองบัลลังก์ในตลาด ไฮเปอร์คาร์ที่ดีที่สุด ได้อย่างสง่างามจนถึงปี 2025 นี้ บทความนี้จะพาคุณย้อนรอยประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของความฝันอันยิ่งใหญ่ ไปจนถึงสถานะปัจจุบันในฐานะสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์แห่งยุค

ทุกครั้งที่ผมได้เห็นงานฝีมือของ Koenigsegg ผมสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณอันแรงกล้าของ Christian Von Koenigsegg ชายผู้ที่หลงใหลในความเร็วและวิศวกรรมมาตั้งแต่เด็ก ความฝันของเขาไม่ใช่แค่การเป็นเจ้าของรถสปอร์ต แต่คือการสร้างสรรค์มันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง The Pinchcliffe Grand Prix ในวัย 5 ขวบ ได้จุดประกายเส้นทางที่โลกไม่เคยคาดคิด

ปี 1994: กำเนิดแห่งความกล้าหาญ

ย้อนกลับไปในปี 1994 คือหมุดหมายสำคัญที่โลกได้รู้จักกับกำเนิดของ Koenigsegg Automotive ด้วยวัยเพียง 22 ปี Christian ได้เปลี่ยนความฝันให้เป็นจริง เขาไม่ได้เพียงแค่ตั้งบริษัท แต่ยังเริ่มต้นสร้างรถต้นแบบคันแรก นั่นคือ Koenigsegg CC (Concept Vehicle) กระบวนการพัฒนาที่ใช้เวลากว่าสองปีเต็ม เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เคยลดละของเขา การสร้าง รถยนต์ลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดเริ่มต้นขึ้น ณ จุดนี้เอง

ปี 1996: บททดสอบแรกบนผืนแทร็ก

Koenigsegg CC ถูกนำออกสู่สายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่สนามแข่ง Anderstorp นักแข่งระดับตำนานในยุคนั้นอย่าง Rickard Rydell พร้อมด้วย Picko Troberg และ Calle Rosenblad ต่างให้การรับรองถึง สมรรถนะรถยนต์ ที่โดดเด่นและเหนือความคาดหมาย นี่คือสัญญาณแรกว่า Koenigsegg ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาพร้อมกับศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงวงการ

ปี 1997: สู่สายตาโลกที่เมืองคานส์

ความสำเร็จที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ชื่อ Koenigsegg เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ รถต้นแบบ CC ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากทั้งผู้ทดลองขับและสื่อมวลชนทั่วโลก ส่งผลให้บริษัทมีชื่อเสียงและสร้างความพร้อมสำหรับการผลิตจริง การตลาดเชิงรุกในยุคนั้นเน้นย้ำถึง ดีไซน์รถยนต์หรู ที่ไม่เป็นรองใคร

ปี 1998: การขยับขยายเพื่ออนาคต

การเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ Koenigsegg ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตจาก Olofstrom ไปยังโรงงานแห่งใหม่ที่ Margretetorp ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสวีเดน การย้ายครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการขยายกำลังการผลิตและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

ปี 2000: เปิดตัว CC8S – จุดเริ่มต้นตำนานบทใหม่

ในเดือนกันยายน ปี 2000 ที่งาน Paris Motor Show โลกได้ประจักษ์กับ Koenigsegg CC8S ซึ่งเป็นรถต้นแบบสำหรับการผลิตจริงคันแรก มาพร้อม เครื่องยนต์ V8 ซูเปอร์ชาร์จ ขนาด 655 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ต่ำกว่า 3.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 390 กม./ชม. ตัวเลขเหล่านี้สร้างความตื่นตะลึงในวงการ การพัฒนารถรุ่นนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความเร็ว แต่ยังรวมถึงการทดสอบความปลอดภัยและการชนอย่างเข้มงวด เพื่อให้แน่ใจว่ามันพร้อมสำหรับการจำหน่ายจริงในตลาด รถยนต์หรูหราสมรรถนะสูง

ปี 2002: CC8S สู่มือลูกค้า และการรับรองระดับโลก

CC8S รุ่นจำหน่ายจริงเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน Geneva Motor Show ในเดือนมีนาคม ปี 2003 โดยมีดีไซน์ที่กลายเป็นรากฐานสำคัญของ Koenigsegg ในอนาคต มีการผลิตเพียง 6 คันเท่านั้น ทำให้มันเป็นหนึ่งใน รถยนต์หายาก ที่สุดในโลก และสิ่งที่ตอกย้ำถึงความเหนือชั้นคือการที่ Koenigsegg CC8S ได้รับรางวัล “World’s Most Powerful Production Engine” จาก Guinness World Record ด้วยพละกำลัง 655 แรงม้า นี่คือการประกาศศักดาที่ไม่อาจปฏิเสธได้

แต่ในปีเดียวกันนั้นเอง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น… โรงงานที่ Margretetorp ถูกไฟไหม้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2003 เพียงสองสัปดาห์ก่อนการเปิดตัวที่เจนีวา แม้จะเสียหายหนัก แต่ด้วยความร่วมมือของทีมงาน ทำให้รถและเครื่องมือสำคัญรอดพ้นมาได้ แสดงให้เห็นถึงสปิริตอันแข็งแกร่งของทีม Koenigsegg

ปี 2004: CCR – ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด

จากความสำเร็จของ CC8S สู่การกำเนิดของ CCR ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดอย่างก้าวกระโดด ผลิตจำกัดเพียง 14 คันระหว่างปี 2004-2006 CCR มาพร้อมการออกแบบภายนอกที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น หลักอากาศพลศาสตร์ที่ถูกพัฒนาใหม่ ช่วงล่าง และระบบเบรกที่เหนือชั้นกว่าเดิม ขุมพลัง เครื่องยนต์ V8 ซูเปอร์ชาร์จคู่ 806 แรงม้า แรงบิด 920 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุดกว่า 395 กม./ชม. คว้าตำแหน่ง “World’s Most Powerful Production Engine” จาก Guinness World Record อีกครั้งในปี 2004

ปี 2005: CCR – ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลก

CCR สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปี 2005 ด้วยการทุบสถิติโลกกลายเป็น “World’s Fastest Car” ด้วยความเร็ว 387.86 กม./ชม. ที่สนาม Nardo ประเทศอิตาลี โดย Mr. Loris Bicocchi นี่คือการโค่นบัลลังก์ของ McLaren F1 ที่ครองตำแหน่งมายาวนานตั้งแต่ปี 1998 การพิชิตความเร็วระดับนี้ตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญด้าน เทคโนโลยีวิศวกรรมยานยนต์ ของ Koenigsegg อย่างแท้จริง

ปี 2006: CCX – บุกตลาดโลก

Koenigsegg เปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่สามในชื่อ CCX ที่ยังคงรักษารูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ไว้ แต่ได้รับการพัฒนาให้เข้ากับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะมาตรฐานไอเสีย Euro 4 และความปลอดภัย CCX คือ Koenigsegg รุ่นแรกที่บุกตลาดอเมริกาได้สำเร็จ ด้วย เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.7 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จคู่ 806 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดกว่า 395 กม./ชม. และสร้างสถิติอันน่าจดจำที่สนาม Top Gear Track ของ BBC

ปี 2007: CCXR – พลังงานสีเขียวที่เหนือกว่า

ปี 2007 ถือเป็นปีแห่งการปฏิวัติด้วยการเปิดตัว CCXR ไฮเปอร์คาร์พลังงานสีเขียว (Flex Fuel) ที่สามารถใช้เชื้อเพลิง E85 ได้ ด้วยค่าออกเทนที่สูงกว่า CCXR สามารถรีดพละกำลังได้ถึง 1,018 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,060 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.1 วินาที และทะลุ 400 กม./ชม. ได้อย่างง่ายดาย นี่คือ นวัตกรรมยานยนต์ ที่ไม่เพียงแต่เร็ว แต่ยังมองไปถึงอนาคตของพลังงานสะอาดใน รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ก้าวกระโดดสำหรับยุคนั้น นอกจากนี้ยังมีการเผยโฉม CCGT รถแข่งสำหรับสนาม Le Mans ในคลาส GT1 ที่งาน Geneva Motor Show อีกด้วย

ปี 2008: CCX/CCXR Edition – ความพิเศษที่เหนือกว่า

Koenigsegg สานต่อความสำเร็จด้วย CCX Edition และ CCXR Edition ที่มาพร้อมตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์เปลือย ล้อดีไซน์พิเศษ และการปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์และช่วงล่างให้ดียิ่งขึ้น รุ่นพิเศษเหล่านี้ผลิตในจำนวนจำกัด (CCX Edition 2 คัน, CCXR Edition 4 คัน) และในปีเดียวกัน CCX ยังสร้างสถิติ 0-300-0 กม./ชม. ใน 29.2 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่ง

ปี 2009: CCXR Trevita และ Special Edition – บทส่งท้ายสุดอลังการ

ก่อนการมาถึงของ Agera Koenigsegg ได้ปล่อย CCXR Trevita รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นสุดพิเศษ ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์สีขาวอันงดงาม (Trevita ในภาษาสวีเดนแปลว่า “สามขาว” แต่สุดท้ายผลิตเพียง 2 คัน) ทำให้เป็นหนึ่งใน คอลเลคชั่นรถหรู ที่หายากที่สุดในโลก ตามมาด้วย CCXR Special Edition ที่โดดเด่นด้วยปีกท้าย Double F1 ขนาดใหญ่ และนวัตกรรมภายใน เช่น จอ Infotainment แบบสัมผัส และระบบ F1 Paddleshift นี่คือบทสรุปอันงดงามของตระกูล CC

ปี 2010: Agera – ยุคใหม่แห่งเทอร์โบคู่

Agera ซึ่งแปลว่า “Take Action” ในภาษาสวีเดน ได้เปิดตัวที่งาน Geneva Motor Show Agera คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ Koenigsegg เปลี่ยนจากซูเปอร์ชาร์จมาใช้ เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 5.0 ลิตร กำลัง 960 แรงม้า แรงบิด 1,100 นิวตัน-เมตร พร้อมปรับปรุงระบบท่อไอเสียเพื่อลด Turbo Lag และล้อ VGR Wheels ที่ช่วยระบายความร้อนเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ใน 8.0 วินาที คว้ารางวัล Top Gear Hypercar of the Year 2010 ไปครอง นี่คือการเริ่มต้นของยุคใหม่ที่เน้น นวัตกรรมแห่งอนาคต อย่างแท้จริง

ปี 2011: Agera R – สถิติโลกใหม่

Agera R ผลิตระหว่างปี 2011-2014 เพียง 18 คัน เป็นรุ่น Flexfuel ที่สามารถใช้เชื้อเพลิง E100 ได้ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 1,140 แรงม้า และแรงบิด 1,200 นิวตัน-เมตร สร้างสถิติ Guinness World Record 0-300-0 กม./ชม. ในเวลาเพียง 21.19 วินาที ซึ่งเร็วกว่า CCX ถึง 8 วินาทีในระยะเวลาเพียงสามปี การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของ Koenigsegg

ปี 2012: Agera S – กำลัง 1,030 แรงม้าจากน้ำมันปกติ

Agera S ผลิตเพียง 5 คัน ออกแบบมาสำหรับตลาดที่ไม่มีเชื้อเพลิง E85 โดยตัดระบบ Flexfuel ออก แต่ยังคงพละกำลัง 1,030 แรงม้า และแรงบิด 1,000 นิวตัน-เมตร จากน้ำมันออกเทน 95 เป็นครั้งแรกที่ Koenigsegg ทำกำลังได้ระดับ Megawatt ด้วยน้ำมันปกติ และโดดเด่นด้วยล้อคาร์บอนไฟเบอร์ Aircore ที่เบากว่าล้ออัลลอยปกติถึง 40% นี่คือบทพิสูจน์ถึง การออกแบบรถยนต์หรู ที่ผสานรวมเทคโนโลยีล้ำสมัย

ปี 2014: One:1 – อัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนัก 1:1

Koenigsegg One:1 ผลิตเพียง 7 คัน เป็น World’s First Production Car ที่มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักเท่ากัน คือ 1,341 กิโลกรัม ต่อ 1,341 แรงม้า (หรือ 1 Megawatt) พลังมหาศาลจาก เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำอัตราเร่ง 0-400 กม./ชม. ในเวลาเพียง 20 วินาที One:1 มาพร้อมล้อคาร์บอนไฟเบอร์ เบรกคาร์บอนเซรามิก และระบบช่วงล่าง Triplex ที่ได้รับการอัพเกรด รวมถึงระบบอากาศพลศาสตร์เต็มรูปแบบ ทั้งลิ้นกันชนหน้าและสปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟ นี่คือวิศวกรรมที่ไร้ที่ติ และเป็นการแสดงศักยภาพสูงสุดของมนุษย์

ปี 2015: Regera และ Agera RS – ก้าวแห่งการปฏิวัติ

ปี 2015 เป็นปีที่ Koenigsegg สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ Regera เปิดตัวที่งาน Geneva Motor Show พร้อมกับนวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน คือระบบ Koenigsegg Direct Drive (KDD) ที่รวมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัวเข้ากับ เครื่องยนต์ V8 5.0 ลิตร เทอร์โบคู่ และแบตเตอรี่น้ำหนักเบา ให้กำลังรวม 1,500 แรงม้า แรงบิด 2,000 นิวตัน-เมตร ส่งตรงสู่ล้อหลังโดยไม่มีเกียร์ นี่คือการปฏิวัติระบบส่งกำลัง และเป็นแนวคิดล้ำยุคใน ตลาดไฮเปอร์คาร์ 2025 ที่หลายค่ายเริ่มหันมาให้ความสนใจในระบบไฮบริด Agera RS ก็เปิดตัวในปีเดียวกัน โดยนำองค์ความรู้จาก One:1 มาปรับใช้ให้ดุดันน้อยลงแต่ยังคงทรงพลังสูงสุดด้วย 1,160 แรงม้าจากน้ำมันออกเทน 95 และอากาศพลศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบ ผลิตเพียง 25 คัน และ One:1 ยังสร้างสถิติใหม่ 0-300-0 กม./ชม. ใน 17.95 วินาที ทิ้งห่าง Agera R ถึง 3 วินาที

ปี 2016: Agera Final Edition – บทส่งท้ายตำนาน Agera

เพื่อเป็นการส่งท้ายตระกูล Agera Koenigsegg ได้สร้างสรรค์ Agera Final Edition จำนวน 3 คัน ที่ Geneva Motor Show 2016 โดยใช้พื้นฐานจาก Agera RS แต่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ รวมถึงการร่วมพัฒนาระบบอากาศพลศาสตร์ให้เป็นแบบเฉพาะบุคคล นี่คือการยกย่องลูกค้าและแสดงออกถึงความเป็นสุดยอดในด้าน การลงทุนในไฮเปอร์คาร์ ที่มีมูลค่าสูงขึ้นตลอดเวลา

ปี 2019: Jesko – มหากาพย์แห่ง Megacar

Koenigsegg Jesko เปิดตัวในปี 2019 โดยตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Jesko Von Koenigsegg คุณพ่อของ Christian ที่คอยสนับสนุนมาโดยตลอด Jesko คือ Megacar รุ่นล่าสุดที่มาพร้อม เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร เทอร์โบคู่ แบบ Flexfuel ให้พละกำลังสูงสุด 1,600 แรงม้า (เมื่อใช้ E85) แรงบิด 1,500 นิวตัน-เมตร เชื่อมต่อกับระบบเกียร์ 9 สปีด คลัตช์คู่ Light Speed Transmission (LST) ที่รวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ Jesko ไม่ได้เป็นแค่รถ แต่คือคำประกาศถึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของมนุษย์ในการสร้างสรรค์ เทคโนโลยีรถยนต์ ที่ก้าวล้ำนำหน้ายุคสมัย

Koenigsegg ในปี 2025: ยังคงเป็นผู้กำหนดนิยาม

จากประวัติศาสตร์อันยาวนาน เราจะเห็นได้ว่า Koenigsegg ไม่เคยหยุดนิ่งในการผลักดันขีดจำกัดของวิศวกรรมยานยนต์และ สมรรถนะรถยนต์ ในปี 2025 นี้ ชื่อของ Koenigsegg ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเลิศและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่โลกต่างจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์อย่าง Gemera ที่นิยามคำว่า “Megacar” สำหรับสี่ที่นั่ง หรือ CC850 ที่เป็นการหวนคืนสู่รากเหง้าพร้อมกับนวัตกรรมเกียร์ E.S.C. (Engage Shifter System) ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นเกียร์ธรรมดาหรืออัตโนมัติได้ นี่คือการตอกย้ำว่า Christian Von Koenigsegg และทีมงานของเขายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่เสมอ

Koenigsegg ไม่ได้สร้างแค่รถยนต์ แต่สร้างความฝัน สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลกในทุกๆ ทศวรรษ หากคุณเป็นหนึ่งในผู้หลงใหลในความเร็วและวิศวกรรมขั้นสูงสุด การได้สัมผัสหรือเป็นเจ้าของ Koenigsegg คือประสบการณ์ที่เหนือคำบรรยาย เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ไม่ใช่แค่ในตัวรถ แต่ในประวัติศาสตร์และอนาคตของนวัตกรรมยานยนต์

หากคุณต้องการสัมผัสกับความหมายที่แท้จริงของคำว่าไฮเปอร์คาร์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ยังคงเดินหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง อย่ารอช้า! มาสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ Koenigsegg รุ่นปัจจุบันและรุ่นพิเศษต่างๆ ที่ยังคงสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับโลกแห่งยานยนต์ได้ที่เว็บไซต์ของเรา หรือนัดหมายเพื่อสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่ศูนย์แสดงรถยนต์ใกล้บ้านคุณ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม Koenigsegg ถึงเป็นมากกว่ารถยนต์ แต่คือผลงานศิลปะแห่งวิศวกรรมที่เคลื่อนที่ได้!

Previous Post

N1301015 กัดกิน 1580355115856927 part2

Next Post

N1301032 รักลูกไม่เท่ากัน 524806616536809 part2

Next Post
N1301032 รักลูกไม่เท่ากัน 524806616536809 part2

N1301032 รักลูกไม่เท่ากัน 524806616536809 part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • M2701006 ได้แฟนเป็นประธานอยู่ดีๆ ดันได้สามีเป็นคนขับรถเฉยๆ 586747703536358 part2
  • M2701013 เพราะแฟนเก่าเลยหน้าแตกอับอายกลางวงเพื่อน 2208312472707584 part2
  • M2701037 😱แอบมาล้วงของในร้าน 503841312194530 part2
  • M2701020 พ่อบ้านใจกล้าแบ่งเขตกันเมียเข้าบ้าน😱😱 788052153818504 part2
  • M2701022 อย่างชอบเลย ที่มีแฟนที่คิดไม่ทันเราๆ#ดราม่า #สะท้อนสังคม 2067276836949072 part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.