• Privacy Policy
  • Sample Page
  • Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

S1201047 ปลอมตัวเป็นไฮโซ เพื่อหลอกเป็นลูกสะใภ้เศรษฐี 10057618184313900 part2

admin79 by admin79
January 12, 2026
in Uncategorized
0
S1201047 ปลอมตัวเป็นไฮโซ เพื่อหลอกเป็นลูกสะใภ้เศรษฐี 10057618184313900 part2

โคอานิกเซกก์: ทศวรรษแห่งการพลิกโฉมวงการไฮเปอร์คาร์ สู่ยุคใหม่ 2025

ในโลกแห่งยนตรกรรมสมรรถนะสูง คำว่า “โคอานิกเซกก์” (Koenigsegg) ไม่ได้เป็นเพียงชื่อแบรนด์ แต่คือสัญลักษณ์ของการบุกเบิก ขีดจำกัดที่ถูกทำลาย และนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง สำหรับผู้ที่คลุกคลีในวงการนี้มานานกว่าทศวรรษ ย่อมทราบดีว่าเรื่องราวของแบรนด์นี้คือมหากาพย์แห่งความมุ่งมั่น ที่เริ่มจากความฝันของชายหนุ่มคนหนึ่ง จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำหนดนิยามของ “ไฮเปอร์คาร์” แห่งยุค 2025 ที่ยังคงครองตำแหน่งสุดยอดปรารถนาของเหล่านักสะสมและผู้ที่หลงใหลในความเร็วทั่วโลกอย่างไม่เสื่อมคลาย บทความนี้จะพาคุณย้อนรอยประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง พร้อมสำรวจว่าทำไม Koenigsegg จึงยังคงเป็นหนึ่งใน สุดยอดแบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูง ที่น่าจับตามองที่สุดในปัจจุบันและอนาคต

จุดกำเนิดจากความฝันอันแรงกล้า: ค.ศ. 1994

ทุกเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ย่อมมีจุดเริ่มต้น และสำหรับ Koenigsegg มันถือกำเนิดขึ้นจากความหลงใหลอันแรงกล้าของ Christian Von Koenigsegg ตั้งแต่วัยเด็ก ภาพยนตร์เรื่อง “The Pinchcliffe Grand Prix” ที่เล่าเรื่องราวของช่างซ่อมจักรยานผู้สร้างรถแข่งของตัวเอง ได้ปลุกประกายความฝันอันแน่วแน่ให้เขาสร้าง รถสปอร์ตสมรรถนะสูง ในแบบของตัวเอง เมื่ออายุเพียง 22 ปี ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและไร้ซึ่งข้อกังขา เขาก่อตั้งบริษัท Koenigsegg Automotive AB ขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1994 ถือเป็นการเริ่มต้นการเดินทางอันยาวนานสู่การเป็นผู้นำด้าน นวัตกรรมยานยนต์ ระดับโลก

สองปีต่อมาในปี ค.ศ. 1996 รถต้นแบบคันแรกนามว่า Koenigsegg CC (Concept Vehicle) ได้ถูกนำออกทดสอบต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก ณ สนามแข่งรถ Anderstorp เหล่านักขับผู้มีชื่อเสียงต่างให้การชื่นชมใน ประสิทธิภาพของรถยนต์ ที่โดดเด่นอย่างท่วมท้น ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ และเพียงหนึ่งปีถัดมา ในปี ค.ศ. 1997 รถต้นแบบคันนี้ก็สร้างความฮือฮาในงาน Cannes Film Festival การตอบรับเชิงบวกจากทั้งสื่อและผู้ทดลองขับทั่วโลก ได้สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์น้องใหม่นี้อย่างรวดเร็ว ปูทางไปสู่การผลิตจริงในอนาคต

ยุคบุกเบิก: CC8S สู่ความท้าทายระดับโลก (ค.ศ. 2000 – 2004)

การก้าวเข้าสู่ศตวรรษใหม่เป็นหมุดหมายสำคัญ เมื่อ Koenigsegg เปิดตัวรถต้นแบบสำหรับการผลิตจริงคันแรก นั่นคือ Koenigsegg CC8S ในงาน Paris Motor Show เดือนกันยายน ค.ศ. 2000 นี่คือผลลัพธ์ของการวิจัยและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วย เครื่องยนต์ V8 ซุปเปอร์ชาร์จ พละกำลัง 655 แรงม้า (BHP) แรงบิด 750 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ต่ำกว่า 3.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 390 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งในยุคนั้น

CC8S รุ่นผลิตจริงถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Geneva Motor Show เดือนมีนาคม ค.ศ. 2002 การออกแบบของมันได้กลายเป็นรากฐานและแรงบันดาลใจให้กับ Koenigsegg รุ่นต่อ ๆ ไป แม้จะมีการผลิตเพียง 6 คันทั่วโลก แต่ 2 ใน 6 คันนั้นเป็นพวงมาลัยขวา ยิ่งเพิ่มความพิเศษและความหายากให้กับรุ่นนี้ ที่สำคัญ Koenigsegg CC8S ยังได้รับการบันทึกจาก Guinness World Records ให้เป็น “รถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ทรงพลังที่สุดในโลกประจำปี” (World’s Most Powerful Production Engine) ด้วยกำลัง 655 แรงม้า (BHP) ตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญด้าน วิศวกรรมยานยนต์ ของแบรนด์

ทว่า การเดินทางก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003 โรงงาน Koenigsegg ที่ Margretetorp ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ ก่อนงาน Geneva Motor Show เพียงสองสัปดาห์ แต่ด้วยความมุ่งมั่นของทีมงาน ทำให้สามารถกอบกู้รถยนต์และอุปกรณ์สำคัญบางส่วนออกมาได้ แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ผลักดันให้ Koenigsegg ก้าวข้ามอุปสรรคมาได้เสมอ

สู่บัลลังก์ความเร็ว: CCR และการท้าทายตำนาน (ค.ศ. 2004 – 2005)

ในปี ค.ศ. 2004 Koenigsegg ได้ยกระดับมาตรฐานไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว CCR ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจาก CC8S อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การออกแบบภายนอกที่ล้ำสมัยขึ้นตามหลักอากาศพลศาสตร์ ไปจนถึงระบบช่วงล่างและระบบเบรกที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด หัวใจสำคัญของ CCR คือ เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ที่ทรงพลังถึง 806 แรงม้า (BHP) แรงบิด 920 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุดกว่า 395 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้วยสมรรถนะอันก้าวล้ำนี้ CCR จึงได้รับรางวัล “รถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ทรงพลังที่สุดในโลกประจำปี” จาก Guinness World Records ซ้ำอีกครั้ง

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ CCR เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2005 เมื่อมันได้รับการบันทึกจาก Guinness World Records ให้เป็น “รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก” (World’s Fastest Car) ด้วยสถิติความเร็ว 387.86 กิโลเมตร/ชั่วโมง ณ สนาม Nardo ประเทศอิตาลี โดย Mr. Loris Bicocchi สถิตินี้ถือเป็นการโค่นแชมป์เก่าอย่าง McLaren F1 ที่ครองตำแหน่งมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 แสดงให้เห็นถึงการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของ Koenigsegg ในฐานะผู้ผลิต ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลก อย่างแท้จริง

ยุคแห่งการขยายตลาดและพลังงานทางเลือก: CCX และ CCXR (ค.ศ. 2006 – 2008)

ปี ค.ศ. 2006 Koenigsegg เปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่สามในชื่อ CCX ซึ่งยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบ แต่ได้รับการพัฒนาด้านความปลอดภัยและมาตรฐานไอเสียตามข้อกำหนด Euro 4 ทำให้ CCX เป็น Koenigsegg รุ่นแรกที่สามารถเจาะตลาดสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานลูกค้าทั่วโลก ด้วย เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.7 ลิตร ให้กำลัง 806 แรงม้า แรงบิด 920 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 3.2 วินาที และ 0-200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 9.8 วินาที ยิ่งไปกว่านั้น CCX ยังสร้างสถิติความเร็วสูงสุดที่ 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง ณ สนาม Top Gear Track ในรายการชื่อดังของ BBC อีกด้วย

นวัตกรรมที่โดดเด่นยิ่งกว่าคือการเปิดตัว CCXR ในปี ค.ศ. 2007 ซึ่งถือเป็น ซูเปอร์คาร์พลังงานสีเขียว (Flex Fuel Supercar) คันแรกของโลก เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ขนาด 4.7 ลิตร ของ CCXR สามารถรองรับเชื้อเพลิงได้หลากหลาย ตั้งแต่น้ำมันเบนซินปกติไปจนถึง E85 และด้วยค่าออกเทนที่สูงของ E85 ทำให้ CCXR สามารถปลดปล่อยกำลังได้มหาศาลถึง 1,018 แรงม้า (BHP) แรงบิดสูงสุด 1,060 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 3.1 วินาที และความเร็วสูงสุดทะลุ 400 กิโลเมตร/ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลของ Koenigsegg ในการผสมผสาน สมรรถนะขั้นสูงสุด เข้ากับแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม

ยุค Agera: นิยามใหม่แห่งความแรงและวิศวกรรม (ค.ศ. 2010 – 2014)

การมาถึงของ Koenigsegg Agera ในปี ค.ศ. 2010 ณ งาน Geneva Motor Show ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ Agera ซึ่งแปลว่า “ลงมือทำ” ในภาษาสวีเดน ได้นำเสนอการออกแบบที่ล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมล้อ VGR Wheels ดีไซน์พิเศษที่ช่วยระบายความร้อนเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนจากซุปเปอร์ชาร์จมาใช้ ระบบเทอร์โบคู่ พร้อมปรับปรุงระบบท่อไอเสียใหม่ เพื่อลดอาการ Turbo Lag และเพิ่มการตอบสนอง เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร ให้กำลัง 960 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 1,100 นิวตัน-เมตร ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 3 วินาที และ 0-200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 8.0 วินาที Agera ได้รับรางวัล “Hypercar of the Year 2010” จาก Top Gear ซึ่งตอกย้ำถึงสถานะของมันในฐานะ ไฮเปอร์คาร์แห่งยุค

ปี ค.ศ. 2011 Koenigsegg Agera R ได้ยกระดับความสามารถของ Agera ไปอีกขั้น ด้วยคุณสมบัติ Flex Fuel ที่สามารถใช้เชื้อเพลิง E85 หรือ E100 เพื่อปลดปล่อยกำลังมหาศาลถึง 1,140 แรงม้า และแรงบิด 1,200 นิวตัน-เมตร Agera R ยังสร้างสถิติ Guinness World Record ใหม่สำหรับอัตราเร่ง 0-300-0 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 21.19 วินาที ซึ่งเร็วกว่า CCX ถึง 8 วินาที แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยียานยนต์ อันน่าทึ่งของแบรนด์

และที่โดดเด่นที่สุดคือ Koenigsegg One:1 ซึ่งเปิดตัวในปี ค.ศ. 2014 โดยเป็น รถยนต์คันแรกของโลกที่ผลิตเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักเท่ากับ 1:1 คือ 1,341 กิโลกรัม ต่อ 1,341 แรงม้า อันเป็นที่มาของชื่อ One:1 ด้วยพลังมหาศาลจาก เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 5.0 ลิตร ทำให้มีอัตราเร่ง 0-400 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียงประมาณ 20 วินาทีเท่านั้น ไม่เพียงแต่ล้อคาร์บอนไฟเบอร์และเบรกคาร์บอนเซรามิก แต่ยังรวมถึงระบบช่วงล่าง Triplex ที่ได้รับการอัพเกรด และระบบอากาศพลศาสตร์แบบแอคทีฟเต็มรูปแบบ One:1 ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็น วิศวกรรมแห่งความเร็ว ที่ไร้ขีดจำกัด

ยุคใหม่แห่งพลังงานผสมผสานและสุดยอดสมรรถนะ: Regera, Agera RS, Jesko และ Gemera (ค.ศ. 2015 – 2025)

ปี ค.ศ. 2015 เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Koenigsegg ด้วยการเปิดตัว Regera ณ งาน Geneva Motor Show นี่คือ ไฮเปอร์คาร์ไฮบริด ที่ปฏิวัติวงการ ด้วยการผสมผสานมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัวเข้ากับเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 5.0 ลิตร และชุดแบตเตอรี่น้ำหนักเบา ปลดปล่อยกำลังรวมได้ถึง 1,500 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 2,000 นิวตัน-เมตร ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือระบบส่งกำลังแบบ Koenigsegg Direct Drive (KDD) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ Christian Von Koenigsegg คิดค้นขึ้นเอง ทำให้ Regera สามารถส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังโดยตรงโดยไม่มีระบบเกียร์แบบดั้งเดิม ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน และสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นและทรงพลัง Regera เป็นเครื่องยืนยันว่า Koenigsegg ไม่ได้มุ่งเน้นแค่ความเร็ว แต่ยังรวมถึง ประสิทธิภาพพลังงาน และเทคโนโลยีแห่งอนาคต

ในปีเดียวกันนั้น Agera RS ได้ถูกเปิดตัว ซึ่งเป็นการนำความรู้และเทคโนโลยีจาก One:1 มาปรับใช้เพื่อสร้าง ไฮเปอร์คาร์ที่ทรงพลังที่สุด สำหรับการใช้งานบนท้องถนนทั่วไป ด้วยกำลัง 1,160 แรงม้า (จากน้ำมันออกเทน 95) และแรงบิดกว่า 1,000 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบอากาศพลศาสตร์และช่วงล่างที่เหนือชั้น Agera RS ผลิตเพียง 25 คัน และยังคงเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาด รถยนต์หายาก สำหรับนักสะสมในปี 2025

ปี ค.ศ. 2019 Koenigsegg ได้เผยโฉม Megacar รุ่นล่าสุดนามว่า Jesko ซึ่งตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Jesko Von Koenigsegg คุณพ่อผู้สนับสนุน Christian มาโดยตลอด Jesko มาพร้อม เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 5.0 ลิตร ที่สามารถปลดปล่อยกำลังได้ถึง 1,600 แรงม้า เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85 และแรงบิดสูงสุด 1,500 นิวตัน-เมตร ระบบส่งกำลัง Light Speed Transmission (LST) แบบ 9 สปีด คลัทช์คู่ คืออีกหนึ่งนวัตกรรมที่ล้ำสมัยที่สุด ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ Jesko มีสองเวอร์ชันหลักคือ Absolut (เน้นความเร็วสูงสุด) และ Attack (เน้นสนามแข่ง) ซึ่งต่างก็เป็นสัญลักษณ์ของ สมรรถนะยานยนต์ ที่ไร้ขีดจำกัด

และเพื่อตอบรับกับเทรนด์และข้อกำหนดของตลาดโลกในปี 2025 Koenigsegg ยังได้นำเสนอ Gemera ในปี ค.ศ. 2020 ซึ่งถูกนิยามว่าเป็น “Mega-GT” สำหรับสี่ที่นั่ง นี่คือไฮเปอร์คาร์ที่ผสมผสาน ความหรูหราและความสะดวกสบาย เข้ากับสมรรถนะอันดุดัน Gemera ใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ซับซ้อน ประกอบด้วยเครื่องยนต์ Freevalve 3 สูบ เทอร์โบคู่ (ที่เรียกว่า “Tiny Friendly Giant” หรือ TFG) และมอเตอร์ไฟฟ้าสามตัว ให้กำลังรวมมหาศาลถึง 1,700 แรงม้า และแรงบิด 3,500 นิวตัน-เมตร Gemera ไม่เพียงแต่เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาที แต่ยังสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ในระยะทางที่เหมาะสม นับเป็นการปรับตัวเข้าสู่ยุคของ รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่ยังคงเอกลักษณ์ของ Koenigsegg ไว้อย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 2022 Koenigsegg ยังได้สร้างความประหลาดใจด้วยการเปิดตัว CC850 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของ CC8S และเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 50 ปีของ Christian Von Koenigsegg ด้วยจำนวนจำกัดเพียง 50 คันทั่วโลก CC850 โดดเด่นด้วยการผสมผสานความคลาสสิกของ CC8S เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ มันมาพร้อม เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 5.0 ลิตร ที่ให้กำลัง 1,185 แรงม้า (หรือ 1,385 แรงม้าเมื่อใช้ E85) แต่สิ่งที่ทำให้ CC850 พิเศษอย่างแท้จริงคือระบบเกียร์ Engage Shift System (ESS) ที่ให้ประสบการณ์การขับขี่แบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ที่แท้จริง แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถเลือกโหมดอัตโนมัติ 9 สปีดได้ด้วย แสดงให้เห็นถึงความสามารถของ Koenigsegg ในการสร้างสรรค์ ประสบการณ์ขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร ที่ตอบโจทย์ทั้งความบริสุทธิ์ของเกียร์ธรรมดาและความสะดวกสบายของเกียร์อัตโนมัติ

โคอานิกเซกก์ 2025: มรดกแห่งอนาคต

จากความฝันเล็กๆ ในวันวาน สู่การเป็นผู้นำด้าน ไฮเปอร์คาร์ ในปัจจุบัน Koenigsegg ได้สร้างสรรค์รถยนต์ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องจักร แต่คือผลงานศิลปะแห่งวิศวกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม ในปี 2025 นี้ Koenigsegg ยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์สมรรถนะสูง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดที่ล้ำหน้า การคิดค้นระบบส่งกำลังที่ไม่เหมือนใคร หรือการสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น Koenigsegg ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่มีขีดจำกัดใดๆ ที่จะหยุดยั้งการแสวงหาความสมบูรณ์แบบได้

หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในความเร็ว ความเป็นเลิศทางวิศวกรรม และความพิเศษเหนือระดับ เรื่องราวของ Koenigsegg คือสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม เราขอเชิญชวนให้คุณดำดิ่งสู่โลกของ สุดยอดรถยนต์สมรรถนะสูง นี้ และค้นพบว่าทำไม Koenigsegg จึงยังคงเป็นตำนานที่ขับเคลื่อนอนาคตของยานยนต์ไปข้างหน้า หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่นล่าสุด หรือต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดานี้ อย่ารอช้าที่จะติดต่อเรา เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในโลกของ Koenigsegg วันนี้!

Previous Post

S1201021 รองเท้าวิเศษ ของมีค่าที่ไม่มีค่า 776338738314972 part2

Next Post

S1201024 ทำผิดต่อแฟนแต่โยนความผิดให้แม่บ้าน 779827481070011 part2

Next Post
S1201024 ทำผิดต่อแฟนแต่โยนความผิดให้แม่บ้าน 779827481070011 part2

S1201024 ทำผิดต่อแฟนแต่โยนความผิดให้แม่บ้าน 779827481070011 part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • M2701006 ได้แฟนเป็นประธานอยู่ดีๆ ดันได้สามีเป็นคนขับรถเฉยๆ 586747703536358 part2
  • M2701013 เพราะแฟนเก่าเลยหน้าแตกอับอายกลางวงเพื่อน 2208312472707584 part2
  • M2701037 😱แอบมาล้วงของในร้าน 503841312194530 part2
  • M2701020 พ่อบ้านใจกล้าแบ่งเขตกันเมียเข้าบ้าน😱😱 788052153818504 part2
  • M2701022 อย่างชอบเลย ที่มีแฟนที่คิดไม่ทันเราๆ#ดราม่า #สะท้อนสังคม 2067276836949072 part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.